บริการด้านอาหาร: โรคลำไส้แปรปรวน ควรเลือกรับประทานอาหารอย่างไรให้เหมาะสม!

บริการด้านอาหาร: โรคลำไส้แปรปรวน ควรเลือกรับประทานอาหารอย่างไรให้เหมาะสม! การดูแลสุขภาพของเราให้ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ ถือว่าเป็นเรื่องที่ทุกคนจะต้องให้ความสำคัญมาก โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่ยังอยู่ในช่วงของการมีโรคระบาดที่รุนแรง และเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายถึงชีวิต ซึ่งการดูแลตัวเองด้วยการรับประทานอาหาร ถือว่าเป็นเรื่องที่ง่ายที่สุด เพราะปกติแล้ว คนเราจะต้องรับประทานอาหารทุกวัน

เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหาร เพื่อเปลี่ยนไปเป็นพลังงานให้สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ดังนั้น อาหารจึงมีส่วนและมีผลกระทต่อการดำรงชีวิตของเรา หากเรารับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ติดต่อกันเป็นเวลานาน หรือมีพฤติกรรมการับประทานอาหารที่ผิดแน่นอนว่า จะทำให้เรามีปัญหาสุขภาพ และถ้าเรามีปัญหาสุขภาพ ก็จะยิ่งส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ดังนั้น เราควรเลือกรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย นอกจากนี้ อาหารที่เรารับประทานในแต่ละวันยังมีผลต่อการกำหนดประเภทและความหลากหลายของแบคทีเรียในลำไส้

เพราะฉะนั้น การหลีกเลี่ยงอาหารที่อาจก่อให้เกิดความผิดปกติของระบบย่อยอาหาร ก็จะเป็นเรื่องที่ดี และมีส่วนช่วยลดอาการลำไส้แปรปรวนหรือลำไส้ระคายเคืองได้ ต้องบอกเลยว่า โรคลำไส้แปรปรวน เป็นโรคที่ส่งผลให้การทำงานของลำไส้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างผิดปกติ โดยจะมีอาการแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล บางรายอาจมีอาการท้องเสีย ท้องผูก หรือมีอาการท้องเสียและท้องผูกสลับกัน ทั้งนี้ อาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอาจขัดขวางการใช้ชีวิตประจำวัน อีกทั้ง โรคนี้มักมีอาการเกิดขึ้นตลอดชีวิต และปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาให้หายขาด ซึ่งถือว่าเราจะต้องระมัดระวังในการรับประทานอาหารให้มากยิ่งขึ้น

วันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องของการเลือกรับประทานอาหาร สำหรับคนที่เป็นโรคลำไส้แปรปรวน เพื่อให้การรับประทานอาหารมีความเหมาะสมกับอาการป่วยและยังดีต่อลำไส้อีกด้วย สำหรับอาหารที่เหมาะกับผู้ป่วยลำไส้แปรปรวน คืออาหารที่มีไฟเบอร์สูงอย่าง ผัก ผลไม้และธัญพืชเต็มเมล็ด จะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถขับถ่ายได้ดีขึ้นและป้องกันอาการท้องผูก แต่หากผู้ป่วยมีอาการท้องอืดเนื่องจากการรับประทานไฟเบอร์จากธัญพืชมากเกินไป ควรเน้นผักและผลไม้แทน แต่อย่างไรก็ตาม อาหารที่มีไฟเบอร์ต่ำ ผู้ป่วยโรคลำไส้แปรปรวนที่มีอาการท้องเสีย ก็ไม่ควรรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์มากเกินไป เพราะอาจส่งผลให้อาการท้องเสียรุนแรงขึ้น ควรรับประทานแอปเปิล เบอร์รีชนิดต่าง ๆ แครอท หรือข้าวโอ๊ต เนื่องจากอาหารเหล่านี้มีใยอาหารที่ละลายน้ำ เพื่อไม่ให้ปริมาณไฟเบอร์ในร่างกายมากเกินไป ต่อมาคือ อาหารไขมันต่ำ โดยทั่วไปอาหารที่มีไขมันสูงจะมีปริมาณไฟเบอร์ต่ำ ซึ่งเป็นอาหารที่ทำให้อาการของโรคลำไส้แปรปรวนรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีอาการท้องเสียและท้องผูกรวมกัน ซึ่งการรับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำ จะช่วยให้ลำไส้สามารถทำงานได้ดีขึ้นจึงควรรับประทานเนื้อสัตว์ที่ไม่มีไขมัน ผัก ผลไม้ ธัญพืชและผลิตภัณฑ์นมที่มีไขมันต่ำ สำหรับอาหารที่ควรเลี่ยง ก็ได้แก่ กาแฟ ช็อกโกแลต น้ำอัดลม การรับประทานเส้นใยอาหารชนิดไม่ละลายในน้ำ เช่น แป้งโฮลวีท รำข้าวสาลี ดอกกะหล่ำ และมันฝรั่ง ถั่วชนิดต่าง ๆ อาหารแปรรูปอย่างมันฝรั่งทอดและคุ้กกี้ หมากฝรั่งไม่มีน้ำตาล ของทอด และไม่ควรรับประทานอาหารปริมาณมากในแต่ละมื้อ

นอกจากนี้ ควรทดลองหลีกเลี่ยงอาหารที่เสี่ยงต่อการกระตุ้นให้เกิดอาการ เริ่มจากการลองงดการรับประทานอาหารแต่ละชนิดเป็นเวลา 12 สัปดาห์และทดลองครั้งละ 1 อย่าง และบันทึกความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นก่อนการทดลองกับอาหารชนิดต่อไป ที่สำคัญควรออกกำลังกายและผ่อนคลายร่างกายไปพร้อมกับการปรับเปลี่ยนการรับประทานอาหาร เช่น เดิน ปั่นจักรยาน และควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร เช่น ควรเคี้ยวอาหารให้ละเอียดและรับประทานอาหารอย่างไม่เร่งรีบ เพียงเท่านี้ ก็จะสามารถช่วยให้อาการของลำไส้แปรปรวนดีขึ้นได้

อย่างไรก็ตาม เราทุกคนควรพยายามรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และรับประทานในแต่ละหมู่ให้มีความหลากหลาย ไม่จำเจอยู่เพียงอาหารไม่กี่ชนิด เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารต่างๆ ครบในปริมาณที่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย ทาง SN Food อาหารเพื่อสุขภาพ เราอยากให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดี ซึ่งเน้นย้ำมาตลอดให้ทุกคนเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และที่สำคัญควรจะหมั่นออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง ห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บด้วย